นิสัยที่ทำให้ “จน” ที่ควรตัดทิ้งอย่างเร่งด่วน!!!!

ต้องยอมรับว่าผู้คนในปัจจุบันนี้ มีปัญหาเรื่องการเงินเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะปัญหาหนี้สินที่มีอัตราหนี้สินครัวเรือนพุ่งสูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในทุกปี แล้วทำไมคนมากมายถึงมีปัญหาการเงินเพิ่มมากขึ้นทุกปี? เชื่อได้เลยว่าผู้คนเหล่านั้นมีลักษณะ นิสัยที่ทำให้จน อยู่นั่นเอง ซึ่งวันนี้ MoneyGuru.co.thจะมาชี้แจงแถลงไขให้ทราบกันว่า นิสัยเหล่านั้นเป็นแบบไหน? มีอะไรบ้าง?

1. ใช้จ่ายโดยไม่คิด นิสัยที่ทำให้จน

การใช้จ่ายโดยไม่ยั้งคิดนั้น ถือเป็นนิสัยที่เป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้ผู้คนมีปัญหาทางด้านการเงิน ซึ่งเป็นเรื่องที่คงไม่ต้องการการอธิบายอะไรมาก เพราะคุณคงจะรู้กันดีอยู่แล้วว่าลักษณะการใช้จ่ายโดยไม่คิดนั้นเป็นอย่างไร ก็คือมีเงินเท่าไหร่ก็ใช้จ่ายไปเรื่อย ๆ โดยไม่สนใจอะไรใด ๆ ทั้งสิ้นนั่นเอง ซึ่งนิสัยนี้จะนำพาคุณไปสู่การเป็นหนี้สินโดยไม่จำเป็น เพราะเมื่อเงินหมดก็ต้องหันไปพึ่งบัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสดนั่นเอง

วิธีแก้:
การแก้ไขไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่คุณต้องเริ่มเรียนรู้ที่จะยับยั้งชั่งใจ คิดให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อนที่จะซื้ออะไรก็ตาม ใช้เวลาพิจารณาถึงความคุ้มค่าของสิ่งนั้น รวมไปถึงคิดว่าถ้าหากคุณซื้อของสิ่งนั้นมา คุณจะมีเงินเหลือเพื่อสิ่งที่จำเป็นจริง ๆ อย่างอื่นหรือไม่? คุณจะไม่มีเงินเก็บหรือไม่? หากคุณคิดพิจารณาก่อนซื้อก็จะทำให้ความอยากได้ลดน้อยลง เพราะมีความเป็นเหตุเป็นผลมากยิ่งขึ้น

2. หวังเอาแต่น้ำบ่อหน้า

การเล่นหวยรวยเบอร์ เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่อยู่คู่คนไทยมานาน แต่ละงวดนั้นกองสลากฯ มีเงินหมุนเวียนเป็นพันล้านบาทเลยทีเดียว ลองคิดดูสิว่าคนไทยเสียเงินให้กับน้ำบ่อหน้านี้มากมายแค่ไหน ซึ่งถ้าจะลองมองย้อนไปดูตามสถิติ มีคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ถูกรางวัลใหญ่ ๆ จนร่ำรวย ส่วนคนอีกมหาศาลนั้นเสียเงินแต่ละงวดหลายพันไปเปล่า ๆ โดยที่ไม่ได้อะไรกลับมา รวมกันปีหนึ่งเสียเงินนับหมื่นกันเลยทีเดียว

วิธีแก้:
อย่างที่รู้กันว่าขึ้นชื่อว่าหวยไม่เคยทำให้ใครรวย หากอยากรวยจริง ๆ เปลี่ยนเงินที่ใช้เล่นหวยมาเป็นเงินเก็บเสียดีกว่า ลองคิดเล่น ๆ หากคุณซื้อล็อตเตอรี่งวดละ 2 ใบเป็นเงิน 160 บาท เดือนหนึ่งคุณจะเสียเงิน 320 บาท ปีหนึ่งจะเสียเงินถึง 3,840 บาท แม้มันจะไม่มากนักแต่มันก็ไม่ใช่เงินน้อย ๆ สามารถเอาไปทำอะไรได้หลายอย่างเลยทีเดียว

3. มีทัศนคติ “เป็นคนรวยก็ใช่ว่าจะมีความสุข”

คำพูดที่ว่า “เป็นคนรวยก็ใช่ว่าจะมีความสุข” ถ้ามองดูให้ลึกนั้น มีนัยยะแอบแฝงถึงความอิจฉา รู้สึกด้อยค่า และมีสภาวะจิตใจที่ไม่มั่นคง เป็นการกดผู้อื่นให้แย่ลงเพื่อให้รู้สึกว่าตัวเองดีกว่า ทั้ง ๆ ที่การไม่มีเงินและการเป็นหนี้นั่นแหละที่ทำให้คุณไม่มีความสุข ไม่ใช่เพราะความร่ำรวยแต่อย่างใดเลย และการที่มีทัศนคติเกลียดความร่ำรวยแบบนี้แหละ ที่ทำให้คุณสะกดจิตตัวคุณเองให้มีพฤติกรรมที่ทำให้คุณจนอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากในใจลึก ๆ คุณคิดว่าคุณไม่อยากเป็นคนรวยเพราะคิดว่าคนรวยนั้นไม่มีความสุข

วิธีแก้:
แค่เปลี่ยนความคิดชีวิตเปลี่ยน หากคุณมีทัศนคติที่ดีต่อการเงินและการใช้ชีวิต พฤติกรรมการใช้เงินและการใช้ชีวิตก็จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นตามความคิดของคุณ คำพูดที่ว่า “ใจเป็นนายกายเป็นบ่าว” คือเรื่องจริง หากคุณคิดว่าคุณจะร่ำรวยคุณจะมีความสุข ลักษณะการดำเนินชีวิตก็จะเป็นไปตามนั้น เช่น แต่ก่อนคุณไม่คิดถึงเรื่องการเก็บเงินเพราะมีทัศนคติ “รวยก็ใช่ว่าจะมีความสุข” เอาเงินมาซื้อความสุขชั่วคราวให้หมดเลย แต่เมื่อคุณเปลี่ยนความคิด คุณก็จะเริ่มเก็บเงิน เริ่มนำเงินเก็บไปลงทุน หรือหาทางทำให้เงินงอกเงย เป็นต้น

4. สร้างหนี้สินเพราะวิถีชีวิตเกินตัว

คนบางมีความอยากได้อยากมีเกินรายได้ที่ตัวเองได้รับ เห็นคนอื่นมีของแพง ๆ ก็อยากได้บ้าง เพื่อหน้าตา เพื่ออวดคนอื่นว่าตัวเองก็มี โดยที่ไม่ได้มองเงินในกระเป๋าตัวเองเลย แล้วถ้าเงินไม่มีจะทำอย่างไรล่ะ ก็ต้องใช้บัตรเครดิตสิสะดวกดี ไม่ต้องเสียเงินสดแค่รูดปรื๊ดเดียวก็ได้ของมาแล้ว โดยไม่คิดคำนึงถึงอัตราดอกเบี้ยที่จะถาโถมเข้ามาให้คุณแทบล้มทั้งยืนในภายหลัง

วิธีแก้:
ทางแก้นั้นไม่ยาก คล้าย ๆ กันกับข้อที่ 1. นั่นคือมีความยับยั้งชั่งใจให้มาก ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อของอะไรก็ตาม และที่สำคัญต้องรู้จักการใช้บัตรเครดิตที่ถูกวิธี ใช้บัตรเครดิตอย่างไรไม่ให้ตกเป็นทาสของมัน เพราะบัตรเครดิตนั้นหากใช้อย่างถูกวิธี จะถือเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยให้คุณประหยัดเงินขึ้นได้ด้วยนะ

5. เรื่องการเงินน่าเบื่อ ไม่อยากสนใจ

ถ้าพูดถึงการวางแผนทางการเงิน บางคนถึงกับเบือนหน้าหนีเพราะรู้สึกว่ามันคือเรื่องน่าเบื่อมาก ตัวเลขวุ่นวายน่าปวดหัว ทำไมจะต้องวางแผนการเงินอะไรด้วย มีเงินก็ใช้ไปสิไม่เห็นจะต้องคิดมากเลย ซึ่งนี่คือความคิดที่ผิด และอาจจะทำให้คุณชักหน้าไม่ถึงหลังได้ บางคนผ่านไปแค่กลางเดือนเงินก็หมดแล้ว อีกครึ่งเดือนที่เหลือก็ต้องจำกัดจำเขี่ย กินแต่บะหมี่กึงสำเร็จรูปซึ่งส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว ซึ่งอาจจะทำให้คุณต้องเสียเงินก้อนใหญ่เพื่อรักษาสุขภาพของตัวเองในอนาคต

วิธีแก้:
คุณรู้หรือไม่ว่า การวางแผนเรื่องเงินทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายนั้น ถือเป็นเรื่องสำคัญและช่วยให้คุณประหยัดเงินและมีเงินเก็บมากยิ่งขึ้น เพราะมันจะทำให้คุณรู้ความเคลื่อนไหวของสถานะการเงินของคุณอยู่ตลอดเวลา และทำให้คุณรู้ว่าคุณใช้เงินไปมากเกินความจำเป็นหรือไม่ คุณจะได้ปรับพฤติกรรมได้ทันไม่ให้บานปลายจนมีปัญหาทางการเงินได้

6. เงินเก็บคืออะไร? ไม่เคยรู้จัก

บางคนใช้จ่ายเงินโดยไม่ยั้งคิดไม่พอ ยังไม่รู้จักเก็บออมเงินด้วย ซึ่งถือเป็นหายนะทางการเงินเลยทีเดียว เพราะถ้าหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมา เช่น ตกงานกระทันหัน ป่วยต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เป็นต้น คุณจะเอาเงินที่ไหน? ก็ต้องไปกู้หนี้ยืมสินเพื่อนำไปใช้จ่ายในเหตุการฉุกเฉินเหล่านั้น แล้วถ้าล่วงเลยเข้าสู่วัยเกษียณล่ะ จะเอาเงินที่ไหนใช้จ่าย จะไปสมัครงานก็ไม่มีใครจ้างเพราะผิดกฎหมาย เบี้ยเลี้ยงจากรัฐบาลก็น้อยนิด จะเอาชีวิตรอดไปได้อย่างไรในช่วงบั้นปลายชีวิต?

วิธีแก้:
ไม่มีเงินเก็บ ก็ต้องเริ่มวางแผนเก็บเงินเสียตั้งแต่วันนี้ เพื่ออนาคตที่ดียามแก่ชราและเพื่อความไม่ลำบากหากเกิดเหตุฉุกเฉิน ในส่วนของการเก็บเงินเพื่อเหตุฉุกเฉินนั้น อาจจะเก็บเอาไว้เป็นจำนวนเท่ากับรายได้ต่อเดือนของคุณสัก 3-6 เดือน ส่วนเงินเก็บเพื่อการเกษียณนั้น ควรเริ่มต้นเก็บทันทีที่คุณเริ่มต้นทำงาน เก็บไปเรื่อย ๆ เดือนหนึ่งอาจจะไม่ต้องมาก แต่ถ้าใช้ระยะเวลานาน รับรองว่ามากมายมหาศาลแน่นอน

7. ใช้ชีวิตไปวัน ๆ โดยไม่คิดถึงอนาคต

การไม่คิดถึงอนาคตของตัวเอง แน่นอนมันไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่การไม่มีเป้าหมายในชีวิตนั้น จะส่งผลในแง่ลบต่อตัวคุณเองแน่นอน เพราะจะทำให้คุณใช้ชีวิตไปวัน ๆ มีเงินเท่าไหร่ก็ใช้ไปโดยไม่คิด ไม่รู้จักเก็บออม ถ้าคุณใช้ชีวิตแบบนี้ไปจนแก่ หลังจากเกษียณอายุไม่มีคนจ้างงานแล้ว คุณจะมีรายได้ที่ไหน? หรือถ้ายังมีคนจ้าง คุณจะยังมีเรี่ยวแรงทำงานไปได้อีกมากแค่ไหน?

วิธีแก้:
เพียงแค่ตั้งเป้าหมายให้กับชีวิตคุณ เช่น คุณจะมีบ้านมีรถโดยซื้อเงินสดหรือผ่อนให้น้อยที่สุด ก็จะทำให้คุณเริ่มต้นเก็บเงินและมีความพยายามในการเก็บเงิน หรือคุณตั้งเป้าหมายว่าจะไปท่องเที่ยวให้สบายใจหลังจากเกษียณอายุ คุณก็ต้องเริ่มต้นตั้งเป้าจำนวนเงินที่จะเอาไว้ใช้จ่ายในช่วงนั้น และเริ่มต้นเก็บออมเงิน

 

อ้างอิงจาก : MoneyGuru.co.th 

นิสัยที่ทำให้ “จน” ที่ควรตัดทิ้งอย่างเร่งด่วน!!!!

| คนคิดบวก |
About The Author
-